ก่อนทำแบบทดสอบ
เตรียมตัวก่อนเริ่มทำแบบทดสอบ ก่อนจะกด Start ขอให้เช็ก 4 ข้อนี้ก่อน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงกับตัวตนจริงๆ ของคุณที่สุดครับ:
1. เป็นตัวเองให้มากที่สุด: ให้ตอบตามสัญชาตญาณที่เป็นธรรมชาติของคุณจริงๆ ตอนที่คุณไม่ได้พยายามจะสร้างภาพหรือทำตามความคาดหวังของใคร ช่วงเวลาที่คุณทำตัวสบายๆ นี่แหละคือของจริง
2. เช็กอารมณ์ตัวเอง: อย่าทำแบบทดสอบตอนที่กำลังดิ่งสุดหรือแฮปปี้สุด เพราะอารมณ์ที่รุนแรงชั่วคราวอาจทำให้ผลเพี้ยนได้ พยายามทำตอนที่อารมณ์ปกติที่สุดครับ
3. อย่าคิดนาน: อ่านคำถามปุ๊บ ตอบปั๊บ คำตอบแรกที่แวบเข้ามาในหัวมักจะแม่นยำกว่าคำตอบที่ผ่านการคิดวิเคราะห์มาแล้ว
4. เซฟผลเก็บไว้: ทำเสร็จแล้วอย่าลืมแคปหน้าจอเก็บไว้ดู หรือเอาไว้แชร์ให้เพื่อนช่วยวิเคราะห์ก็ได้นะ
วิเคราะห์ผลการทดสอบ
ดูผลการทดสอบยังไง
ช่องที่เราใช้ดูเป็นหลักและมีความแม่นยำสูงที่สุดคือ Grant Function Type ครับ ในภาพของผมได้ ISFJ ซึ่งช่องนี้จะคำนวณจากคะแนน Cognitive Function ทั้ง 8 ตัวของเราจริงๆ ต่างจากแบบทดสอบทั่วไปที่วัดแค่ตัวอักษร 4 ตัว
วิเคราะห์คะแนนด้วยตัวเอง
เคสที่ 1 อายุ 30+ (ISFJ)
เริ่มจากดูคะแนนที่สูงที่สุด 2 อันดับแรก ในรูปนี้คือ Si และ Ti ผมจะขีดเส้นสีเขียวไว้ และกากบาทตัดตัวลำดับที่ 4 ทิ้งไป
ต่อมาให้หาฟังก์ชันฝั่ง Extraverted (E) ที่คะแนนสูงที่สุด ซึ่งคือ Fe ขีดเส้นสีฟ้า และกากบาทตัวที่ 4 ทิ้งเช่นกัน
สุดท้าย เลือกตัวที่คะแนน น้อยที่สุด ของทั้งฝั่ง Extraverted และ Introverted ขีดด้วยสีแดง
สรุป: เมื่อนำตัวเด่นๆ มารวมกัน ผมได้ 3 ฟังก์ชันหลักที่ตรงกับช่อง ISFJ ตามที่เว็บสรุปมาให้ครับ
เคสที่ 2 อายุ 30+ (ISTP)
เริ่มเหมือนเดิมครับ อันดับ 1 ในรูปคือ Ni ขีดเส้นสีเขียว
ปัญหาคือฝั่ง Extraverted คะแนนสูงเท่ากันถึง 3 ตัว! ผมจึงกลับมาดูอันดับ 2 ของฝั่ง Introverted แทน ซึ่งก็คือ Ti ที่คะแนนสูงไล่เลี่ยกัน ขีดสีน้ำเงิน
ทำไมถึงสรุปว่าเป็น ISTP?
ปกติการวิเคราะห์แบบนี้ต้องใช้ข้อมูลจากการพูดคุยจริงประกอบด้วยครับ
เคสนี้เจ้าตัวบอกว่าเป็น INFJ ซึ่งใช้ Fe แต่จากการสังเกต ผมมองไม่เห็นการใช้ Fe ของเขาเลย เขาไม่ค่อยแสดงความรู้สึกและเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของตรรกะ Ti มากกว่า การแยกฟังก์ชัน Extraverted ก็ทำได้ไม่ยากถ้าได้คุยตัวต่อตัวครับซักระยะ
เคสนี้จึงสรุปได้ว่าเป็น ISTP ครับ
เคสที่ 3 อายุต่ำกว่า18
เริ่มแรกดูกราฟจะงงมากครับ เพราะอันดับ 1 ดันเป็น Ni และอันดับสุดท้ายคือ Se ซึ่งถ้าดูแค่นี้อาจจะเผลอฟันธงว่าเป็น INFJ หรือ INTJ ได้เลย
แต่จุดสังเกตที่ทำให้ผมเปลี่ยนใจมาฟันธงว่าเป็น ENFP คือ
ความต่างระหว่าง Fi vs Fe: ลองดูคะแนนฝั่งความรู้สึกครับ Fi 39 สูงกว่า Fe 36 อย่างเห็นได้ชัด นี่คือจุดตายที่ฆ่าตัดช้อยส์ INFJ ที่ต้องใช้ Fe ทิ้งไปครับ แสดงว่าน้องคนนี้ให้ค่ากับ ความรู้สึกส่วนตัว มากกว่า ค่านิยมสังคม
ยังมี Ne-Fi ที่มีพลัง: คะแนน Ne 38.8 และ Fi 39 สูงไล่เลี่ยกันมาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของชาว ENFP ที่ใช้ Ne สำรวจโลกและใช้ Fi ตัดสินใจ
ประวัติการทดสอบ: น้องเคยได้ ESFP และเปลี่ยนมาเป็น ENFP ในเว็บ 16Personalities ซึ่งทั้งสองไทป์นี้มีจุดร่วมเดียวกันคือการใช้ Fi เป็นตัวตัดสินใจหลัก และมี Te เป็นตัวช่วยจัดการ
ทำไม Ni ถึงสูง: ในทางทฤษฎี Ni คือ Shadow Function ฟังก์ชันเงาลำดับที่ 5 ของ ENFP ซึ่งมักจะมีความแข็งแรงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เรียกว่า Opposing Role ประกอบกับช่วงวัยรุ่นที่ระบบความคิดกำลังซับซ้อน ทำให้คะแนนส่วนนี้พุ่งขึ้นมาได้ครับ
สรุป: แม้ Ni จะสูงที่สุด แต่เมื่อดูแกนการตัดสินใจที่ Fi ชัดเจน ประกอบกับธรรมชาติความเป็นนักสำรวจของ Ne และประวัติเก่า ผมจึงวิเคราะห์ว่าน้องคือ ENFP
เคสที่ 4 อายุ 30+ (ESFJ)
คะแนนกราฟชี้ไปที่ ISFJ Fe, Si, Ti เด่น แต่เจ้าตัวเคยได้ ENFJ
จากการพูดคุย ผมสัมผัสได้ว่า Fe ของเขาแรงมากๆ จนกลบฟังก์ชันที่ 2 มิดเลย แต่ผลการทดสอบนี้ช่วยยืนยันความมั่นใจของผมว่าเป็น ESFJ เพราะการเล่าเรื่องของเขามีลักษณะของ Si ที่มีรายละเอียดในความทรงจำที่ชัดเจน
ทำไมคะแนน Ne น้อย แต่ Ti เยอะ? (ทั้งที่เป็น ESFJ)
สาเหตุมาจาก ความเครียดและสภาพแวดล้อมการทำงานครับ
ความกดดันทำให้เขาต้องดึง Ti ฟังก์ชันด้อย ขึ้นมาใช้เยอะผิดปกติและลดการใช้ Ne ที่ใช้เพื่อผ่อนคลายลง แนะนำว่าถ้าอยากได้ผลที่แม่นยำกว่านี้ ควรรอให้ผ่านช่วงงานหนักนี้ไปก่อนแล้วค่อยมาเทสต์ใหม่ครับ
บทสรุป
จากกรณีศึกษาทั้งหมด จะเห็นว่าแบบทดสอบมีความแม่นยำในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการชี้เป้าฟังก์ชันลำดับที่ 1 และ 2 โดยธรรมชาติแล้ว ฟังก์ชันที่ 1 (Hero) มักจะทำงานตรงข้ามกับฟังก์ชันที่ 4 (Inferior) อย่างชัดเจน แต่ถ้าวันหนึ่งคุณสามารถก้าวข้ามขีดจำกัด และนำฟังก์ชันที่ 4 มาใช้ได้อย่างเหมาะสม ผมเชื่อว่าคุณจะเป็นคนที่มีความสมดุล (Healthy) และมีความสุขในแบบของตัวเองครับ
ค้นหาไทป์ต่อกันเถอะ
ใครยังทำแบบทดสอบแล้วยังไม่มั้นใจ มาลองทำแบบทดสอบของเว็บเราก็ก็ได้นะ


